No War's View my profile

EWAW-Baġdād

posted on 30 Sep 2013 06:55 by nowars
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia
 
เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 
 
 
เครดิต จาก เก็ม ที่รัก 
 
 
 
 
 
 
 

ชื่อเมือง/รัฐ –  แบกแดด

ประเทศ อิรัก 

ทวีป – เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ 

ชื่อมนุษย์ คาซิม นาซเซอร์ (นูร์)   (Kazim - Restrainer of anger)

อายุ 18

เพศ ชาย

สีผม ดำ

สีตา ดำ

ส่วนสูง 180

น้ำหนัก 67

ภาษา ภาษาอาหรับ และส่วนอื่นคือ ภาษาเคิร์ด

แผนการเรียน วิทย์

 


ลักษณะเมือง แบกแดด เมืองหลวงของสาธารณรัฐอิรัก มีประชากรกว่า 7 ล้านคนและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอิรักด้วย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอาหรับ(รองจากกรุงไคโร)และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันตก (รองจากกรุงเตหะราน)

กรุงแบกแดดตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำไทกริส โดยเป็นเมืองอกแตกเพราะมีแม่น้ำไทกริสนั้นเองไหลผ่านกลางเมือง เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิกาหลิบราชวงศ์อับบาสิด เคยเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม การค้า และการศึกษาของโลกอิสลาม

 

สภาพอากาศเป็นแบบทะเลทราย เป็นหนึ่งในเมืองที่วัดได้ว่าเป็นเมืองที่ร้อนที่สุดในโลก ฤดูร้อนก็มีพายุทรายบ่อย

 

ประวัติเมือง  


ประวัติ 

ชื่อ แบกแดด นั้น มีมาก่อนยุคสมัยของอิสลาม บ้างก็ว่ามาจากภาษาอารมาอิคว่า คอกแกะ บ้างก็ว่ามาจากภาษาเปอร์เซียที่แปลว่า ของขวัญของพระเจ้า ชื่อของ Baghdadu ปรากฏอยู่ในจารึกรูปอักษรลิ่มของพวกอัสซีเรียนที่บันทึกไว้ตั้งแต่ 900 ปีก่อนค.ศ. และอยู่ในหลักฐานของบาบิโลเนียนช่วง 600 ปีก่อนค.ศ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้น การมีตัวตนของถิ่นฐานนี้ก็ไม่ได้มีอิทธิพลทางประวัติศาสตร์และการเมืองเท่าใดนัก

 

การก่อตั้ง 

หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิซัสซานิดของเปอร์เซีย วันที่ 30 กรกฎาคม ปีค.ศ.734 องค์กาหลิบอัลมานซูรได้รับสั่งให้สร้างเมืองที่เหมาะสมจะเป็นเมืองหลวงใหม่แห่งจักรวรรดิอิสลามภายใต้การปกครองของราชวงศ์อับบาสิด เมืองถูกสร้างขึ้นใน4ปี โดยเชื่อกันว่าเมืองถูกสร้างขึ้นตามสัญลักษณ์ของราศีสิงห์ อันสื่อถึงไฟ โดยศูนย์กลางของเมืองคือสุเหร่าและสำนักงานใหญ่ของยามรักษาการณ์ ก่อนจะขยายออกไปเป็นวงๆ ลักษณะการวางผังเมืองแบบนี้เชื่อว่าได้รับอิทธิพลจากพวกเปอร์เซียนซัสซาเนียน ส่วนเรื่องการวางจตุรัสหรือถนนนั้นได้อิทธิพลมาจากกรีกโบราณและโรมัน อีกสิ่งที่อยู่ใจกลางเมืองแบกแดด คือราชวังโกลเด้นเกท อันเป็นที่อยู่อาศัยขององค์กาหลิบและเหล่าราชวงศ์

หลังการสร้างเมือง องค์กาหลิบได้ตั้งชื่อเมืองนี้อย่างเป็นทางการว่า “เมดินา อัล ซาลาม” แปลว่า “เมืองแห่งสันติสุข” แต่ผ่านมาเรื่อยๆเขาก็ใช้ชื่อเก่าอย่างแบกแดดกันเสียมากกว่า

เมืองนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะปัจจัยหลายๆอย่าง เช่นการที่เมืองนี้สามารถควบคุมจุดยุทธศาสตร์และเส้นทางการค้าได้ตลอดแนวแม่น้ำไทกริส ซึ่งก็คือสามารถมีน้ำใช้อุปโภคบริโภคและมีปัจจัยต่างๆครบครันตลอดแม้จะมีสภาพอากาศที่แห้งแล้ง

นอกจากนี้ยังมีกำแพงเมืองสี่แห่งที่ตั้งชื่อตามสถานที่ตามที่ประตูนั้นๆหันไป คือ คูฟา บาสรา คูราซาน และดามัสกัส

และการมาของแบกแดดก็บดบังรัศมีของเมืองเทซิฟอน เมืองหลวงของจักรวรรดิเปอร์เซียในสมัยนั้น (ปัจจุบันอยู่ในอิรัก)

ส่วนราชวงศ์อับบาสิดนั้น เป็นราชวงศ์ที่สืบทอดมาจากลุงของนบีมูฮัมหมัดและเป็นส่วนหนึ่งของเผ่ากุเรซ (ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลหินดำที่นครเมกกะมาช้านาน) พวกเขาใช้ความไม่พอใจของชาวมุสลิมชีอะห์ยึดอำนาจจากราชวงศ์อุมัยยัด(อันมีศูนย์กลางอยู่ดามัสกัส) และย้ายเมืองหลวงมาแบกแดด

ในช่วงยุคทองของอิสลาม ศตวรรษที่ 8-13 แบกแดดกลายเป็นศูนย์กลางของการศึกษาและการค้าขาย มีผู้คนมากมายหลายเชื้อชาติ เหล่าปัญญาชนรวมตัวกันอยู่ในแบกแดดและได้มีการแปลกตำราวิทยาศาสตร์จากภาษาต่างๆมาเป็นภาษาอารบิคมากมาย แบกแดดในช่วงนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคกลาง และนอกจากนี้ยังเป็รสถานที่ดำเนินเรื่องของนิทานอมตะอย่างพันหนึ่งราตรีหลายตอนอีกด้วย โดยในช่วงศตวรรษที่ 10 ประชากรของแบกแดดอยู่ที่ประมาณ 1.2-2 ล้าน

แต่แล้วการเติบโตของแบกแดดก็ชะลอลงเพราะปัญหาภายในของราชวงศ์กาหลิบ รวมทั้งการย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองซามาร์รา และการมีอำนาจของราชวงศ์อิหร่านและพวกเซลจุกเติร์ก

 

พวกเซลจุกเติร์ก เผ่าจากเอเชียกลางที่เปลี่ยนศาสนาเป็นมุสลิมซุนนี และเข้ายึดครองแบกแดดได้ พวกเขาขับไล่ราชวงศ์ชีอะห์ โดยพวกเซลจุกเข้าปกครองแบกแดดแบบสุลต่านแต่อยู่ในนามของราชวงศ์กาหลิบอับบาสิด

ต่อมาปี 1058 แบกแดดถูกยึดครองโดยราชวงศ์ฟาติมิดภายใต้การนำของนายพลเติร์กผู้หนึ่ง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงไคโร

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1258 ระหว่างช่วงยุคสงครามครูเสด แบกแดดถูกยึดโดยเผ่ามองโกลภายใต้การนำของฮูเลกุ หลานของเจงกิสข่าน แบกแดดถูกปิดล้อม ระดมยิงและปล้นสะดมภ์ เกิดการสังหารหมู่รวมทั้งการปลงพระชนม์องค์กาหลิบ ส่วนใหญ่ของเมืองถูกทำลายลงรวมทั้งระบบชลประทาน เป็นอันสิ้นสุดของราชวงศ์อับบาสิดและทำให้อารยธรรมของจักรวรรดิอิสลามไม่สามารถฟื้นฟูได้โดยสมบูรณ์มาถึงปัจจุบัน

ปี 1534 แบกแดดถูกยึดโดยออตโตมันเติร์ก แต่ก็ถูกแย่งอยู่กับอิหร่านอยู่เป็นบางครั้ง แล้วยังเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่าสองในสามของเมือง

ช่วงที่ออตโตมันอ่อนแอ แบกแดดก็ตกมาอยู่ในการดูแลของรัฐบาลมัมลูค(ไคโร) ในปี 1907 แบกแดดมีประชากรประมาณ 185,000 คน และยังมีชุมชนชาวยิว ที่เป็นจำนวนถึง 1ใน4ของประชากรทั้งหมดอีกด้วย

จนกระทั่งปี 1917 อังกฤษเข้ายึกครองแบกแดดระหว่างสงครามโลกและกลายเป็นศูนย์กลางของเมโสโปเตเมีย(รัฐในอารักขาของอังกฤษ) หลังปี 1932 แบกแดดกลายเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรอิรัก

จนปี 1958 กองทัพได้ทำการโค่นล้มราชวงศ์

สงครามอิรัก-อิหร่านที่เกิดในปี 1980 เป็นช่วงที่ยากแค้นช่วงหนึ่งของเมือง เนื่องจากงบประมาณมหาศาลถูกเจียดไปทำสงครามที่ยาวนานเกือบสิบปี นอกจากนี้เมืองยังถูกจรวดของอิหร่านโจมตีแม้ว่าจะไม่ได้รับความเสียหายมากนัก โดยความขัดแย้งระหว่างอิรักอิหร่านนั้น มีสาเหตุหลายประการดังเช่น เรื่องชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ดและเรื่องการครอบครองแม่น้ำชัตต์-อัล-อาหรับอันเป็นเส้นกั้นดินแดนระหว่างอิรักและอิหร่าน รวมทั้งเรื่องที่อิหร่านเกิดการปฏิวัติอิสลามและอยาตอลลาห์ โคไมนีได้ขึ้นเป็นผู้นำ ซึ่งมีความเกลียดชังเป็นส่วนตัวกับประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนของอิรัก

สงครามสิ้นสุดลงในเดินสิงหาคมปี 1990 ที่ประธานาธิบดีซัดดัมฮุสเซนยอมลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับอิหร่าน

 

แต่สันติภาพก็ไม่ได้อยู่นาน เพราะอิรักได้เข้ารุกรานคูเวตและประกาศว่าคูเวตเป็นจังหวัดที่ 19 ของตน จากการทำสงครามกับอิหร่านทำให้อิรักเป็นหนี้จำนวนมหาศาล จึงต้องการจะครอบครองคูเวตเพื่อบ่อน้ำมันและทางออกสู่อ่าวเปอร์เซีย แต่กลายเป็นว่ายูเอ็นมีมติให้นานาชาติคว่ำบาตรอิรัก และนานาชาติก็ได้ส่งกองกำลังผสมเข้าปฏิบัติการต่ออิรัก รวมทั้งทหารจากประเทศกลุ่มสันนิบาตอาหรับด้วย ตั้งแต่เดือนมกราคมของปี1991 กองกำลังของยูเอ็นได้โจมตีจุดยุทธศาสตร์ขงอิรักเรื่อยมายาวนาน 43 วัน และเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเดือนกุมภาพันธ์ กองกำลังของอิรักได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนคูเวตได้รับการปลดปล่อยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1991 และวันต่อมาอิรักก็ยอมลงนามยุติการสู้รบและถอนทหารของตนออกไปจากคูเวต

 

หลังจากการเกิดวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 อเมริกาและอังกฤษได้กล่าวอ้างว่าอิรักมีอาวุธทำลายล้างสูงในครอบครองและต้องการให้ยูเอ็นเข้าไปตรวจสอบ ช่วงแรกๆอิรักปฏิเสธ จนอเมริกาและอังกฤษยกกองกำลังพันธมิตรไปปิดอ่าวจึงยอม แล้วก็มอบรายงานการตรวจสอบอาวุธให้ยูเอ็น และทางอเมริกาไม่เชื่อ กองกำลังพันธมิตรจึงบุกเข้าอิรักในวันที่ 19 มีนาคม 2003 เมื่อยึดได้จึงเข้าไปค้น ไม่พบอาวุธร้ายแรงนอกเหนือจากรายงานแต่สามารถโค่นซัดดัม ฮุสเซนลงได้ ยังมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ในอิรัก จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในอิรักยืดเยื้อมานานจนถึงปัจจุบัน ภายในกรุงแบกแดดก็เกิดการลอบวางระเบิดและสังหารหมู่เรื่อยมา

ที่มา จากเก็ม

http://en.wikipedia.org/wiki/Baghdad

http://en.wikipedia.org/wiki/History_of_Baghdad

http://en.wikipedia.org/wiki/2003_invasion_of_Iraq

TL http://en.wikipedia.org/wiki/Timeline_of_Baghdad_history

หนังสือ ประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางในโลกปัจจุบัน

 

นิสัยและอื่นๆ เป็นคนเงียบ และยิ้มยาก ไม่แสดงความรู้สึกออกมาจากสีหน้า นอกจากส่งทางสายตา ค่อนข้างถือตัว และไว้ตัว ใจดีกับคนจากปาเลสไตน์ หรือชาติอาหรับ มีเหตุผล และใจเย็นมาก ชื่นชอบในศิลปะและดนตรี  เกลียด และ ค่อนข้างไม่ชอบคนอเมริกันเท่าไรนัก   มีทัศนคติที่มองโลกในมุมโบราณ เนื่องจากอายุที่มาก และ เพราเป็นเมืองที่สำคัญ จึงทำตัวแก่กว่า เป็นอิสลาม เพรางั้นมีกฎที่เคร่งครัดอยู่เยอะ

 


 


 


edit @ 30 Sep 2013 23:28:32 by No War's

edit @ 1 Oct 2013 00:21:41 by No War's

edit @ 1 Oct 2013 00:59:19 by No War's

Comment

Comment:

Tweet

Film music editor Vitalia is all in favour of it gadgets, cheerleading. The thing she treasure the most is travelling by air, visiting many different cities just like Karaganda.

#5 By http://www.kayatch.com/ (162.221.192.148|162.221.192.148) on 2014-06-17 12:12

Have you ever thought about creating an e-book or guest authoring on other sites? I have a blog based upon on the same ideas you discuss and would really like to have you share some stories/information. I know my audience would appreciate your work. If you are even remotely interested, feel free to send me an email.
<a href="http://www.timgwilt.com/casquette-de-marque-casquette-armani-vendre-25_70.html" ></a>

#4 By http://www.timgwilt.com/casquette-de-marque-casquette-armani-vendre-25_70.html (76.164.214.36|76.164.214.36) on 2014-04-18 03:22

แบกแดด.......................................... /ยิ้มมมมมมมม
เมืองหลวงคุณรักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกฟฟฟฟฟฟ #เห่ยยยย #เป็นอะไร

#3 By INSTALL on 2013-10-09 07:40

/เรามาส่องด้วยความติ่ง
/เรามาส่อง.......
เฮียยยยยยยย แบกกกกกกกกกก ฟหกดเ้่าสวง
อุบ.. ขออภัยค่ะ!
ผปค.เตหะรานและชีราซ ฝากตัวด้วยค่ะ!
/วิ่งหายลับไป........................

#2 By Rosariya ♥ on 2013-10-09 03:05

เจิมมม แอร๊ยยยยย คุณแบกแด๊ดดดดดดดด ฟหกกฟกก
/ไม่มีอะไรจะพูดแย้ว /โดนตบบบ

#1 By Gemmingi on 2013-10-01 00:35