No War's View my profile

EWAW-Alaska

posted on 30 Sep 2013 07:24 by nowars
 
 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia
 
เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 

 
 
 
 
 

 

ชื่อเมือง/รัฐ  รัฐอะแลสกา (หรือ อลาสก้า)  State of Alaska 

ประเทศ อเมริกา

ทวีป อเมริกาเหนือ

ชื่อมนุษย์ อนาตาเซีย เค ANASTASIA  K.  

อายุ 15 

เพศ หญิง

สีผม ทอง

สีตา ฟ้า

ส่วนสูง 160 

น้ำหนัก  45

ภาษา อังกฤษ อเมริกา มี รัสเซียบ้าง

แผนการเรียน วิทย์

ลักษณะเมือง รัฐอะแลสกามีพื้นที่ทางตะวันออกติดต่อกับดินแดนยูคอนเทร์ริทอรีและรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ทางใต้ติดต่อกับอ่าวอะแลสกาและมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับทะเลเบริง ช่องแคบเบริง และทะเลชุคชี ส่วนทางเหนือติดกับทะเลโบฟอร์ตและมหาสมุทรอาร์กติก อะแลสกาเป็นรัฐที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

อะแลสกามีภูเขาไฟอยู่ 41 ลูก ที่อันตรายที่สุดคือภูเขาออกัสติน

ประวัติเมือง  

18 ตุลาคม 1867 หรือเมื่อ 145ปีที่แล้ว เป็นวันที่อะแลสกาของรัสเซีย เข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐโดยสมบูรณ์ โดยในวันนั้น ที่เมือง โนวา - อาร์คานเกลสค์ เมืองหลวงอะแลสกาของรัสเซีย ที่ต่อมาถูกเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิมคือ ซิทก้า ได้มีพิธีส่งมอบคาบสมุทรแห่งนี้ให้กับสหรัฐ

ตาม ประวัติ เชื่อว่าคนเชื้อสายเอเชีย อพยพข้ามช่องแคบแบริ่ง เข้ามาลงหลักปักฐานที่อะแลสการาวเมื่อ 1 หมื่น 2 พันปีก่อน การเข้าไปติดต่อกับคนที่นี่ของชาวยุโรป เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1741 เมื่อ วิตุส แบริ่ง เดินทางไปที่นั่นกับเรือเซ็นต์ปีเตอร์ เพื่อทำการสำรวจให้กับกองทัพเรือรัสเซีย และเมื่อคณะสำรวจกลับออกมา ขนสัตว์จากที่นั่นก็ได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพดีเยี่ยม คณะนักค้าขนสัตว์เล็กๆจึงเริ่มมาที่อะแลสกา โดยหลักฐานการตั้งหลักฐานของชาวยุโรปที่นี่ว่าเกิดขึ้นในปี 1784

ตั้งแต่ ช่วงต้นจนถึงช่วงกลางทศวรรษที่ 1800 รัสเซียและสหรัฐเริ่มเข้ามาสำรวจอะแลสกา เพื่อโครงการขยายอาณานิคม แต่รัสเซียไม่เคยผนวกอะแลสกาเป็นอาณานิคมโดยสมบูรณ์ และก็ไม่ได้หาประโยชน์จากดินแดนแห่งนี้มากนัก ผิดกับฝ่ายสหรัฐที่ได้แสดงความสนใจในดินแดนแห่งนี้

ข้อ ตกลงเรื่องการขายอะแลสกา ลงนามโดยนายวิลเลี่ยม เซวาร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเมื่อ 30 มีนาคม 1867 งานนี้ ฝ่ายอเมริกันต้องจ่ายเป็นค่าดินแดนขนาด 1 ล้าน 5 แสนตารางกิโลเมตรเพียง 7 ล้าน 2 แสนดอลล่าร์ หรือเทียบเท่ากับ 11 ล้านรูเบิ้ลทองคำ

ใน ยุคปัจจุบันนี้ นักประวัติศาสตร์หลายคนออกมาตำหนิการตัดสินพระทัยขายอะแลสกาของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ว่ามองการณ์ใกล้ และไม่มีความรักชาติเอาเสียเลย ขายไปได้ยังไง คนรัสเซียที่อยู่ที่นั่นก็ตั้งมากมาย แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนบอกว่าในยุคที่ขายนั้น คนรัสเซียในอะแลสกามีอยู่แค่ไม่กี่ร้อยคน ทรัพยากรธรรมชาติมีค่าอะไรก็ยังหาไม่พบ

ส่วนทางฝ่ายสหรัฐฯ หลายคนในยุคนั้น มองไม่เห็นประโยชน์ของการซื้ออะแลสกา ดินแดนที่ทั้งไกลก็ไกล ร้างผู้คนก็ร้าง สื่อมวลชนในยุคนั้นก็ล้อเลียนรัฐบาลว่าเสียเงินไปมากมายเพื่อซื้อก้อนน้ำแข็ง ถึงขั้นมีข่าวลือว่า นักการทูตรัสเซียยัดเงินใต้โต๊ะ ให้ข้าราชการสหรัฐเดินเรื่องเพื่อให้มีการซื้อขาย เพิ่งจะปลายศตวรรษที่ 19 เท่านั้น ที่เริ่มมีการค้นพบทองคำ ต่อมาก็ยังพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอีกมากมายมหาศาล

ตอน แรกเมื่อมาอยู่กับสหรัฐ อะแลสกา อยู่ในการดูแลของกระทรวงการทหาร ต่อมาก็ถูกยกระดับสถานะเรื่อยมา จนได้เป็นรัฐที่ 49 ของสหรัฐ เมื่อ 1959


 

การเมืองการปกครอง 

คล้ายกับรัฐอื่น ๆ ของสหรัฐอเมริกา รัฐอะแลสกาปกครองแบบสาธารณรัฐ ด้านการปกครองแบ่งเป็นสามส่วน คือ ด้านการบริหารประกอบด้วยผู้ว่าการรัฐและเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง ด้านกฎหมายประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และด้านศาลปกครองประกอบด้วยศาลสูงและศาลล่าง

 

ภาษี 

รายได้หลักของอะแลสกามาจากน้ำมันและเงินอุดหนุนของรัฐ ทำให้รัฐกำหนดให้รัฐอะแลสกาฐานภาษีได้ต่ำมากที่สุดรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่อะแลสกาไม่มีการคิดภาษีจากการขายสินค้า แต่เมือง 89 เมืองของรัฐมีการเก็บภาษีสินค้าในอัตรา 1-7.5% ซึ่งเมืองในรัฐอื่นเก็บภาษีที่ 3-5% สินค้าที่มีการเก็บภาษี ได้แก่ ปลาสด โรงแรม ที่พัก ภาษีจากจำนวนเตียงของการบริการที่พักแบบ bed-and-breakfast ภาษีจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องพลังงานไม่หมุนเวียน (serevance taxes) เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ยาสูบ เกม pull tab ยางรถยนต์ และการขนถ่ายน้ำมัน นอกจากนี้รายได้บางส่วนยังเก็บจากภาษีของรัฐและค่าลิขสิทธิ์รวมกันร่วมกับเมืองต่างๆ ในรัฐอะแลสกา

เมือง Fairbanks มีการเก็บภาษีที่ดินที่แพงที่สุดในรัฐอะแลสกาขณะที่ไม่มีการเก็บภาษีจากการขายสินค้าหรือภาษีเงินได้

ในปี 2008 องค์กรด้านภาษี (Tax Foundation) ได้จัดอันดับรัฐอะแลสกาให้เป็นอันดับที่ 4 ของการมีนโยบายด้านภาษีที่ "เป็นมิตรต่อธุรกิจ" ส่วนรัฐอันดับอื่น ๆ ที่มีความเป็นมิตร คือ รัฐไวโอมิ่ง รัฐเนวาดา และรัฐเซาธ์ ดาโกต้า

ประชากรประกอบด้วย คนผิวขาว70.27% ชนพื้นเมือง 15.23%คนผิวดำ 4.20% คนเอเชีย 4.95% (Census Bureau 2009)

ดัชนีชี้วัดในทางสังคมของสภาพเศรษฐกิจในรัฐอะแลสกา 

            รัฐอะแลสกา มีอาณาเขตพื้นที่ในทางภูมิศาสตร์เท่ากับ 663,267 ตารางไมล์ แบ่งเป็นเขตพื้นที่พืชพรรณป่าไม้ 126.9 ล้านเอเคอร์ (Acres) มีประชากรรวมโดยประมาณ จากผลสำรวจเมื่อปี 2008 เท่ากับ 686,293คน (Census Bureau)  แบ่งเป็นชาวผิวขาวประมาณ 70.6% ชาวผิวขาวที่ไม่มีเชื้อสายฮิสแปนิค 65.7% ชาวฮิสแปนิค-ลาติโน 30.1% ชาวพื้นเมืองอินเดียนและชาวอลาสกา 15.3% โดยมีชาวเอเชียนเพียง 4.5% เท่านั้น

สภาพธุรกิจและเศรษฐกิจของรัฐอะแลสกา 

          รายได้ถัวเฉลี่ยของประชากรในรัฐอลาสกาต่อคนมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจในช่วงควอเตอร์ที่สองของปี 2004 จาก 21.5 ล้านล้านดอลล่า เป็น 23.6 ล้านล้านดอลล่า ในช่วงควอเตอร์ที่สองของปี 2005 ด้วยอัตราการเจริญเติบโตนี้เองที่แสดงให้เห็นว่ารายได้ถัวเฉลี่ยต่อหัวของประชากรในรัฐอลาสกา นั้น มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 10%

 

            หนึ่งในหลายภาคเศรษฐกิจของรัฐอลาสกา ภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ถือเป็นรากฐานของรัฐฯ คือ การปิโตรเลียม, การท่องเที่ยว, การประมง, เหมืองแร่, การทำป่าไม้, การคมนาคมขนส่งและ อากาศยาน

            ภาคอุตสาหกรรมการผลิตสำคัญ ได้แก่  ผลิตภัณฑ์ต่างๆจากปลา การเลื่อยไม้ (Lumber) และ เยื่อกระดาษ (Pulp) รวมไปถึงขนสัตว์จำพวกเฟอร์ (Fur)

ผลิตผลภาคเกษตรกรรมสำคัญของรัฐฯ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พืชผักต่างๆที่ปลูกได้ตลอดปี (Green House), ข้าวบาร์เลย์, ข้าวโอ๊ต, ข้าวฟ่าง, มันฝรั่ง, หัวหอมและ ประมงสัตว์น้ำ (Aquaculture)

ในด้านการปศุสัตว์นั้น จากผลสำรวจเมื่อเดือนมกราคม ปี 2004 รัฐอลาสกามีปริมาณโคเนื้อ/โคนมอยู่เป็นจำนวน 12,500 ตัว และมีปริมาณของสุกรอยู่เป็นจำนวน 1,500 ตัว จากผลสำรวจในปี 2003

 

ผลิตผลด้านพลังงานของรัฐอะแลสกา 

            รัฐอะแลสกามีความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้โดยประมาณเมื่อวัดจากปี 2003 โดยการคำนวณเป็นกิโลวัตต์ต่อ1 ชั่วโมง จากแหล่งพลังงานต่างๆดังนี้  แหล่งถ่านหินเท่ากับ 168 ล้านกิโลวัตต์/ชม. แหล่งปิโตรเลียมเท่ากับ 756 ล้านกิโลวัตต์/ชม. แก๊สเท่ากับ 3.2 ล้านล้านกิโลวัตต์/ชม. แหล่งกระแสไฟฟ้าพลังน้ำเท่ากับ 1.7 ล้านล้านกิโลวัตต์/ชม.

วัฒนธรรม 

ส่วนใหญ่จากมีการรวบรวมวัฒนธรรมของทุกรัฐในสหรัฐอเมริกากับวัฒนธรรมชาวพื้นเมืองอะแลสกา โดยมีงาน Alaska Native Heritage Center จัดทุกปีมีจุดประสงค์ของงานคือเพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเองของชาวพื้นเมืองและเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรมของคนทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีเทศกาล เป็นการแข็งความแข็งแรงของสุนัขในเมืองหนาว โดยเริ่มที่เมือง Achorage และสิ้นสุดที่เมือง Nome และยังมีการแข่งขัย World Ice Art Championships เป็นการแข่งขันทำศิลปะจากหิมะจากทั่วทุกมุมโลก

ที่มา

http://www.thaiconsulatela.org/bic/content.aspx?content_id=21

http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/about/state_data/detail.php?ID=310

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B2

 

นิสัยและอื่นๆ

รักสงบแต่ถึงรบก็ไม่ขลาด เป็นผู้หญิงที่ทำอะไรได้ด้วยตนเอง และหนักเอาเบาสู้  สามารถเป็นตัวต้านคอมมิวนิสต์ได้ รักครอบครัวมาก แม้ว่าจะเคยอยู่กับรัสเซีย แต่ก็เป็นอเมริกาเต็มตัว ชอบธรรมชาติมาก เก็บตัว และโลกส่วนตัวสูงพอสมควร  ล่าสัตว์เก่งมาก

ภาพของตัวละครในชุดนักเรียน (ไม่จำเป็นต้องเต็มตัว) และภาพหน้าตรงของตัวละครขนาด 93 x 108 px

 


 

edit @ 1 Oct 2013 00:43:59 by No War's

Comment

Comment:

Tweet

23 year old Moneylender Vitalia spare-time hobbies include it online gaming, amateur astronomy. This lady also likes getting together with her friends and family.

#2 By http://www.hifideo.com/ (162.221.192.148|162.221.192.148) on 2014-06-17 12:12

Orange-born Vitalia Passley passions include it electronics, string figures. She's fascinated by discovering and heading for new towns, cities and nations around the world just like Netherlands.

#1 By http://www.hifideo.com/ (162.221.192.148|162.221.192.148) on 2014-06-16 17:36